คำปรารภ นายจิระวิทย์ ศุภนันทกานต์ อดีตนายกสมาคมฯ คนที่ ๔
ผมได้รับการทาบทามจากนายกของสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัย ราชภัฏคนปัจจุบันว่า... “ช่วยเขียนคำนิยม ในโอกาสที่สมาคมมีอายุ ครบ ๕๗ ปี และ มหาวิทยาลัยมีอายุครบ ๑๐๐ ปี” ในฐานะที่ผม เคยดำรงตำแหน่ง... “นายกสมาคม คนที่ ๔” ในปี ๒๕๓๓ ถือว่าสมาคม ยังล้มลุกคลุกคลาน ก็ว่าได้ ณ วันนั้น วันที่ไปรับตำแหน่ง...สมาคมไม่มี สมบัติอะไรเลย เงินสักบาทเดียวก็ไม่มี เอกสารแสดงบัญชีทรัพย์สินก็ไม่มี
พอรับตำแหน่งก็จัดตั้งทีมงาน เอารุ่นพี่...รุ่นเพื่อน...รุ่นน้อง...มาเป็นกรรมการ แล้วจัดหารายได้ก่อนเป็นอันดับแรก เพราะถ้าไม่มีเงินทุน มันทำอะไรไม่ได้ จะไปเรียกขอบริจาคจากกรรมการบ่อย ๆ เดี๋ยวก็จะเบื่อลาออกกันซะหมด วิธีหาเงินที่ดีที่สุดคือ... “จัดงานคืนสู่เหย้า ชาวเขียว - เหลือง” ขายโต๊ะละ ๑,๒๐๐ บาท มี ๘ ที่นั่ง เท่ากับ หัวละ ๑๕๐ บาท คิดว่าสมเหตุสมผล สมฐานะคนอาชีพครู แล้วผมเอา... “วงดนตรีสุนทราภรณ์” มาแสดง เป็นครั้งแรกของสมาคมผล...เมื่องบงาน...มีเงินเหลือ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาทหลังหักค่าใช้จ่าย นับเป็นครั้งแรก...ที่สมาคมมีเงิน! จากนั้นก็ทำกิจกรรมอะไรสะดวกสบายขึ้น
ผมดำรงตำแหน่งอยู่หลายปี เกินวาระตามธรรมนูญ เพราะไม่มีใครอยากมาเป็น ตัดบท...เข้ามาถึงวันนี้ ยุคนี้ สมาคมเริ่มดีขึ้นมาตลอด มีรุ่นน้อง ๆ เข้ามารับหน้าที่ มาดูแลสมาชิก ดูแล สถาบันในฐานะศิษย์เก่า ประกอบกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยรุ่นใหม่ ๆ ก็ให้ความสนใจ ให้เกียรติสมาคม เรียกว่าไป ด้วยกันด้วยดีทั้งศิษย์เก่า ทั้งผู้บริหารมหาวิทยาลัย ตลอดจนน้อง ๆ ที่ยังเป็นนักศึกษาอยู่ มีกิจกรรมอะไรก็เรียก มาเป็นแรงงานสนับสนุนช่วยงาน สำเร็จด้วยดี
ความเป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาในท้องถิ่น มีความสำคัญในสายตาของคนในท้องถิ่น ในสังคม เป็นที่คาดหวังพึ่งพาทางด้านวิชาการ เป็นที่รวบรวมของนักปราชญ์ราชบัณฑิต ผู้รู้หลากหลายสาขาผมดีใจ ที่มีอายุอยู่มาจนได้เห็นการเจริญเติบโตของสถาบัน ตั้งแต่โรงเรียนฝึกหัดครูนครสวรรค์ จนมาถึง ปัจจุบันนี้ และที่ดีใจก็คือ...ได้รับเกียรติจากมหาวิทยาลัยให้มีส่วนเข้าไปรับรู้ในการบริหารมาหลายยุค หลายสมัย ของท่านอธิการบดีหลายคน
มาถึงวันนี้...ที่สมาคมฯ มีอายุ ๕๗ ปี มหาวิทยาลัยมีอายุ ครบ ๑๐๐ ปี ได้เห็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง มาช่วยกัน สร้างงาน ทั้ง ๒ งานนี้ เป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จ ก็ขอชื่นชมผู้มีน้ำใจ ที่ช่วยให้งานสำเร็จด้วยดีหวังว่าการทำงานครั้งนี้จะถูกจารึกไว้ เพื่อให้รุ่นน้อง ๆ ที่จะเข้ามาสืบสาน ต่องานให้ก้าวหน้าต่อไปอย่างยั่งยืน เจริญไปตามยุคตามสมัย ในอนาคต เพื่อให้อายุของสมาคมฯ และมหาวิทยาลัยอยู่คู่ฟ้าเมืองนครสวรรค์ไปตลอด
นายจิระวิทย์
ศุภนันทกานต์อดีตนายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ปี พ.ศ. ๒๕๓๗-๒๕๔๘