ประวัติความเป็นสมาคมฯ
ประวัติความเป็นมาของสมาคมศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ เดิมชื่อว่า “สมาคมศิษย์เก่าฝึกหัดครูนครสวรรค์” ได้รับอนุญาตให้จัดตั้ง เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๐๘ โดยปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ตามใบอนุญาตที่ ต.๖๖/๒๕๐๘ และจดทะเบียนสมาคมที่จังหวัดนครสวรรค์ ลำดับที่ จ.๒๐ ลงวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๐๘ โดย นายสละ โพธิ์บุญ นายบุญเทียม ไกรโชค และนายสุเทพ บุญมี เป็นผู้ยื่นคำขอจัดตั้งและให้เป็นผู้จัดการเกี่ยวกับสมาคมที่ตั้งขึ้น คณะกรรมการสมาคมประกอบด้วย
๑. นายสละ โพธิ์บุญ นายกสมาคม
๒. นายบุญเทียม ไกรโชค อุปนายก
๓. นายสุเทพ บุญมี เลขานุการ
๔. นายเติม จันทะชุม เหรัญญิก
๕. นายทวี มีระเสน ผู้ช่วยเหรัญญิก
๖. นายเอก แสงสว่าง นายทะเบียน
๗. น.ส.วิริยา อินทวงค์ ปฏิคม
๘. นายธำรง พรหมศิลา สาราณียกร
๙. นายประเทือง สีแดง เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์
๑๐. นายเชาวน์ ปิยะสุทธิ์ เจ้าหน้าที่สันทนาการและสวัสดิการ
๑๑. นายสังวาลย์ พงษ์สวัสดิ์ เจ้าหน้าที่จัดหาทุน
๑๒. นายประยุทธิ์ เกิดนวล เจ้าหน้าที่โครงการและกิจกรรม
๑๓. นายประหยัด ศิริภาพ เจ้าหน้าที่สถานที่และพัสดุ
๑๔. นายประยงค์ สาระกิจ เจ้าหน้าที่การกีฬา
๑๕. นายบุญเลี้ยง ชินคำ ที่ปรึกษากฎหมาย
ในปีแรกที่ก่อตั้งมีศิษย์เก่าโรงเรียนฝึกหัดครูนครสวรรค์หลักสูตรต่างๆ จำนวนประมาณ ๑,๐๐๐ คน (อ้างอิงจากรายงานการประชุมสมาชิกครั้งที่ ๑/๒๕๐๘ เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๐๘) สมาชิกที่เริ่มก่อตั้งสมาคม มีจำนวน ๑๗๕ คน ได้มีการเปลี่ยนแปลงนายกสมาคม (รวมทั้งคณะกรรมการ) ตามวาระตามลำดับ ดังนี้
๑. นายสละ โพธิ์บุญ พ.ศ. ๒๕๐๘-๒๕๒๔
๒. นายประเสริฐ พงษ์ประดิษฐ์ พ.ศ. ๒๕๒๔-๒๕๓๒
๓. นายจำเริญ พลอยศรี พ.ศ. ๒๕๓๒-๒๕๓๗
๔. นายจิระวิทย์ ศุภนันทกานต์ พ.ศ. ๒๕๓๗-๒๕๔๘
๕. นายสุเทพ ตรีวิชา พ.ศ. ๒๕๔๘-๒๕๕๐
๖. นายอดุลย์ ศรีประทักษ์ พ.ศ. ๒๕๕๐-๒๕๖๐
๗. รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๖๒
๘. ดร.สมศักดิ์ ลิลา พ.ศ. ๒๕๖๒-๒๕๖๓
๙. นายปิยชาติ อ้นสุวรรณ์ พ.ศ. ๒๕๖๔-๒๕๖๗
๑๐. นายจิระวิทย์ ศุภนันทกานต์ พ.ศ. ๒๕๖๗-๒๕๖๘
๑๑. นายทวี ไพโรจน์ มั่งตระกูล พ.ศ. ๒๕๖๘-ปัจจุบัน
มีการเปลี่ยนแปลงชื่อของสมาคมฯมาเป็นลำดับ จากเดิมมาเป็นสมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยครูนครสวรรค์และเปลี่ยนมาเป็น สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ในปัจจุบัน
มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์มา ตามยุคตามสมัยจนถึงในปัจจุบัน มีวัตถุประสงค์ ๕ ข้อ ดังนี้
๑. เพื่อส่งเสริมความสามัคคีและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างสมาชิก
๒. เพื่อสนับสนุนความก้าวหน้าและชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
๓. เพื่อจัดสวัสดิการ และส่งเสริมกิจกรรมนันทนาการต่างๆ ให้กับสมาชิก
๔. เพื่อส่งเสริมและร่วมมือกับองค์กรสาธารณประโยชน์อื่นๆ
๕. สมาคมฯ จะไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด
มีการแก้ไขข้อบังคับ โดยลำดับดังนี้
ฉบับที่ ๑ ข้อบังคับสมาคมศิษย์เก่าฝึกหัดครูนครสวรรค์ พ.ศ. ๒๕๐๘
ฉบับที่ ๒ ข้อบังคับสมาคมศิษย์เก่าฝึกหัดครูนครสวรรค์ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๒๕
ฉบับที่ ๓ ข้อบังคับสมาคมศิษย์เก่าฝึกหัดครูนครสวรรค์ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๔๔
ฉบับที่ ๔ ข้อบังคับสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พ.ศ. ๒๕๕๕
ฉบับที่ ๕ ข้อบังคับสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งใช้มาถึงปัจจุบัน
จำนวนสมาชิก
จำนวนสมาชิกในปัจจุบัน (ณ วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๘)
ประเภทสมาชิกชำระค่าบำรุงหรือค่าสมัครแบบตลอดชีพ ๕๐๐ บาท (เป็นสมาชิกถาวร) จำนวน ๖๖๘ คน และสมาชิกที่เป็นบัณฑิตจบใหม่ จำนวน ๒๐,๒๔๙ คน
การเงินและทรัพย์สิน
สมาคมยังไม่มีอาคารเป็นของตนเอง ยังใช้สถานที่ / ห้องที่มหาวิทยาลัยจัดให้ จึงไม่มีทรัพย์สินมากมาย มีแต่เงินสดที่ฝากไว้กับสถาบันการเงิน ณ วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๘
รวมทั้งสิ้น ๒,๙๔๙,๑๕๙.๔๙ บาท.
พระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัย
พระพุทธสัพพัญญู บรมครูประชานาถ สังฆราชอุทิศองค์จำลองประดิษฐาน
ณ ศูนย์การศึกษาย่านมัทรี
อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์
พระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พระพุทธสัพพัญญู บรมครูประชานาถ สังฆราชอุทิศ เป็นพระพุทธรูปปางคันธารราษฎร์ ตามแบบพระพุทธรูปที่ได้มีการสร้างขึ้น ในสมัยเริ่มแรกในประเทศอินเดีย คนไทยมักเรียกว่า “ปางขอฝน” บางท่านเรียก “ปางปฐมเทศนา” บ้าง “ปางประทานพร” บ้าง เพราะมีลักษณะ ใกล้เคียงทั้งพระอิริยาบถและความหมาย อย่างไรก็ตาม พระพุทธรูปพระองค์นี้ เป็นพระพุทธรูปปางคันธาร หรือ ปางขอฝน ตามที่ ท่านสมเด็จพระสังฆราชอริยวงศาคตญาณ (ปุ่น ปุณณสิริ) ได้ตรัสไว้ เมื่อนำมาประดิษฐานที่ วิทยาลัยครูนครสวรรค์แล้วชาวบ้านก็เรียกติดปากว่า “หลวงพ่อพระสัพพัญญู” หรือที่ชาวบ้าน เรียกว่า “สมเด็จฟ้าแจ้ง” เพราะถือนิมิตขณะทำพิธีเททองหล่อ ท้องฟ้าแจ้ง แจ่มใส เมื่อเสร็จพิธีฝนตกหนัก แม้กระทั่งได้ อัญเชิญมาวิทยาลัยครู ฝนก็ตกตลอดทาง จึงเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง
คำว่า “สัพพัญญู” แปลว่า ผู้รู้สิ่งทั้งปวง ซึ่งเป็นพระนามประการหนึ่งของพระพุทธเจ้านั้นหมายความว่า พระองค์ทรงรู้ทุกสิ่งทุกอย่างในสากลจักรวาลทั้งเวลาหลับและเวลาตื่น พระพุทธสัพพัญญูฯ จึงเป็นพระพุทธรูป ที่คู่ควรแก่การบูชา ดังปรากฏในมงคลสูตรไว้ว่า “ปูชา จ ปูชนียานํ เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ” บูชาผู้ที่ควรบูชา เป็น มงคลอันสูงสุดเป็นสัญลักษณ์ให้พุทธศาสนิกชน ได้กราบไหว้บูชาเพื่อระลึกถึง พระรัตนตรัย คือ คุณพระพุทธ คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์ เพื่อความสงบสุข ความเจริญงอกงามจะมีแก่ตนเอง และสังคมตลอดไป